home ข่าวการศึกษา ศธ.ออกกฎเหล็ก ขอขั้นรศ.-ศ.-ผศ. พบเห็นลอกผลงานสั่งปลด สอบวินัยดุเดือด แบน 5-10 ปี

ศธ.ออกกฎเหล็ก ขอขั้นรศ.-ศ.-ผศ. พบเห็นลอกผลงานสั่งปลด สอบวินัยดุเดือด แบน 5-10 ปี

ผู้รายงานข่าวรายงานว่าwebราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ประกาศ ก.พ.อ.เรื่อง หลักเกณฑ์พร้อมกับกลยุทธ์ใคร่ครวญแต่งบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ พร้อมทั้งศาสตราจารย์ พ.ศ. 2560 ที่ลงนามโดยนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธาน ก.พ.อ. สำหรับให้หลักเกณฑ์การตั้งแต่งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ พร้อมกับศาสตราจารย์ เป็นช่องทางในการพัฒนาคุณภาพวิชาการพร้อมทั้งนวัตกรรมของประเทศ รวมถึง ครอบคลุมผลงานที่คณาจารย์ได้นำความรู้ความชำนาญในสาขาวิชาของตนมาใช้ในการแก้ปัญหากับพัฒนาชุมชน สังคม หรือประเทศ ตลอดจนส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาไทยก้าวสู่ความเป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำระดับนานาชาติกับเพิ่มขีดทักษะในการชิงดีชิงเด่นของประเทศ

ซึ่งในประกาศได้มีการปรับซ่อมต่างจากเดิมหลายข้อ อาทิ ข้อ 5 การรังสฤษฏ์คุณครูประจำผู้ใดให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการโดยวิธีปกติให้ปฏิบัติการ อย่างนี้ 1.การตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ระบุคุณลักษณะเฉพาะตำแหน่ง ในกรณีที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ผู้นั้นต้อง ดำรงตำแหน่งอาจารย์ พร้อมทั้งทำการอบรมสั่งสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าหกปี หรือ ในกรณีที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทหรือเทียบเท่า ผู้นั้นต้องดำรงตำแหน่งผู้สอน พร้อมด้วยทำการอบรมสั่งสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือ พร้อมกับในกรณีที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า ผู้นั้นต้องดำรงตำแหน่งผู้สอน พร้อมกับทำการอบรมสั่งสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี พร้อมด้วยพ้นระยะทดลองการปฏิบัติการ ที่กำหนดโดยสถาบันนั้นๆ

นอกจากนี้ในข้อ 5.1.4 .จริยธรรมพร้อมด้วยจรรยาบรรณทางวิชาการในการตริตรองกำหนดตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ต้องคำนึงถึงจริยธรรมพร้อมด้วยจรรยาบรรณทางวิชาการ แบบนี้ (1) ต้องมีความสุจริตทางวิชาการ ไม่นำงานของผู้อื่นมาเป็นผลงานของตนกับไม่ลอกเลียนงานของผู้อื่น ไม่นำชิ้นงานของตนเองในเรื่องราวเดียวกันไปโฆษณาชวนเชื่อในวารสารวิชาการมากกว่าหนึ่งฉบับ

รวมทั้งไม่ถ่ายข้อความใด ๆ จากงานเดิมของตน โดยไม่เกี่ยวโยงผลงานเดิมตามหลักวิชาการ ทั้งนี้ ในประเภทที่จะทำให้รู้ผิดว่าเป็นผลงานใหม่ (2) ต้องอ้างถึงบุคคลหรือแหล่งที่มาของข้อมูลที่นำมาใช้ในงานทางวิชาการของตนเองเพื่อที่จะแสดงหลักฐานของการค้นคว้า (3) ต้องไม่คำนึงถึงผลดีทางวิชาการจนเพิกเฉยหรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นหรือสิทธิมนุษยชน (4) ผลงานทางวิชาการต้องได้มาจากการเรียนรู้โดยใช้หลักวิชาการเป็นเกณฑ์ ไม่มีอคติ พร้อมกับเสนอชิ้นงานตามความเป็นจริง ไม่จงใจเบี่ยงเบนผลการศึกษาเล่าเรียนหรือวิจัย โดยมุ่งหวังผลได้ส่วนตัว หรือเพื่อก่อให้เกิดความวอดวายแก่ผู้อื่น พร้อมกับเสนอชิ้นงานตามความเป็นจริง ไม่ขยายข้อค้นพบ โดยปราศจากการสำรวจรับรองในทางวิชาการ

ข่าวเกี่ยวกับครู